,

40 วิธีสู่การผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

http://adeq.or.th/wp-content/uploads/2018/05/40วิธีสู่การผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ภาคการผลิตเป็นองค์กรสำคัญที่มีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโลก และในกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนล้วนแต่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ฉะนั้นหากผู้ผลิตหันมาใส่ใจแนวทางการผลิตที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ย่อมจะเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และผลประกอบการของผู้ผลิตเอง เรามาเรียนรู้แนวคิดที่่เกี่ยวข้องกับการผลิตที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมดังนี้

  1. มีการใช้ปัจจัยการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด
  2. ใช้วัตถุดิบที่มาจากขบวนการผลิตที่ไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรงเช่น ปะการัง ป่าไม้ ป่าโกงกาง สัตว์ป่า สัตว์น้ำ
  3. เลือกใช้วัตถุดิบที่สามารถทดแทนใหม่ได้
  4. เพิ่มความระมัดระวังในการเก็บรักษา นำมาใช้และจำกัดวัตถุดิบที่เป็นสารสังเคราะห์ทุกชนิด และวัตถุดิบที่ย่อยสลายได้ยาก
  5. มีการประหยัดพลังงานในทุกขั้นตอนการผลิต
  6. ลดการสูญเสียพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ด้วยการใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และเทคโนโลยีประสิทธิภาพพลังงานสูง
  7. เลือกใช้เครื่องจักรต้นกำลังที่ใช้วัสดุพลังงานที่จะไม่ทำให้เกิดมลพิษ-ก๊าซธรรมชาติ
  8. ใช้เทคโนโลยีที่มีการสิ้นเปลืองวัสดุพลังงานน้อย
  9. จัดให้มีการลำดับขั้นตอนการผลิตที่จะทำให้มีการสูญเสียเวลา ปัจจัยการผลิต และพลังงานน้อยที่สุด
  10. เลือกใช้วิธีการผลิตที่จะไม่ทำให้เกิดการสูญเสียปัจจัยการผลิตได้โดยง่าย
  11. มีการเก็บรักษาปัจจัยการผลิต และการจัดใช้ทรัพยากรการผลิตอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ
  12. เลือกขบวนการผลิตที่เอื้ออำนวยให้มีการนำทรัพยากรเหลือใช้หรือเศษเหลือในการผลิตกลับมาใช้ใหม่ ทั้งก่อนถึงมือผู้บริโภคและภายหลังการบริโภค
  13. มีการตรวจซ่อมและบำรุงดูแลเทคโนโลยีการผลิต ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง
  14. มีการป้องกันการสูญเสียความร้อนและความเย็นในขั้นตอนการผลิต ด้วยการบำรุงรักษาฉนวนป้องกันการสูญเสียความเย็นและความร้อนอย่างสม่ำเสมอ
  15. สร้างความเข้าใจและจิตสำนึกให้แก่ผู้ประกอบการ/ผู้ปฏิบัติงานให้เห็นความสำคัญของการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ
  16. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมในการผลิตของทุกฝ่าย ทั้งในด้านการแก้ปัญหาและการพัฒนาการผลิต
  17. จัดให้มีการใช้ประโยชน์วัสดุและบรรจุภัณฑ์ที่มากับปัจจัยการผลิตให้ได้มากที่สุด ด้วยการใช้ซ้ำและหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่
  18. ไม่ใช้ปัจจัยการผลิตที่จะมีผลตกค้าง เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและระบบนิเวศ
  19. ลดและหลีกเลี่ยงการใช้ปัจจัยการผลิตที่ย่อยสลายได้ยาก หรือเป็นพิษเมื่อทิ้งหรือต้องจำกัดโดยวิธีเผา
  20. ส่งเสริมและจัดให้มีการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ให้มากที่สุด และนำทรัพยากรที่ใช้แล้วหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่แทนการใช้ทรัพยากรจากแหล่งธรรมชาติ

    การผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

    ภาพจาก http://producersoftomorrow.economist.com/sustainable-production-getting-to-zero

  21. จัดให้มีการแยกตะกอนและสารแขวนลอยในน้ำที่ผ่านการใช้ประโยชน์แล้ว เพื่อลดปริมาณสารปนเปื้อนในน้ำจากการผลิต
  22. จัดให้มีการแยกไขมันออกจากน้ำที่ได้จากขบวนการผลิต เพื่อลดภาระและพลังงานในขั้นตอนการบำบัดน้ำเสีย
  23. ลดการสูญเสียน้ำในการผลิต และการใช้ประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง
  24. หมุนเวียนน้ำที่ใช้ประโยชน์แล้วกลับมาใช้ใหม่อย่างเหมาะสม
  25. สร้างจิตสำนึกให้เห็นคุณค่าและประโยชน์ของน้ำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบ และมีส่วนร่วมในการป้องกันการสูญเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์
  26. หลีกเลี่ยงการเผาวัสดุเศษเหลือจากการผลิตเพื่อป้องกันการเกิดมลพิษในอากาศ
  27. จัดให้มีการกรองและดักฝุ่นละอองจากอากาศที่เกิดจากการผลิต
  28. สนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่เครื่องอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นละอองเข้าจมูก
  29. จัดให้มีการหมุนเวียนและถ่ายเทอากาศในขบวนการผลิตอย่างเหมาะสม
  30. งดการปล่อยอากาศที่มีการปนเปื้อนมลพิษออกนอกบริเวณพื้นที่การผลิตจนเป็นเหตุเดือดร้อนรำคาญของผู้อื่น และเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
  31. จัดให้มีเครื่องหมายและประกาศเตือนผู้ปฏิบัติงาน ให้เพิ่มความระมัดระวังในการปนเปื้แนของมลพิษของอากาศในพื้นที่ประกอบการ
  32. จัดให้มีการแยกของเหลือทิ้งและขยะก่อนขนถ่ายออกจากพื้นที่ เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์สูงสุดด้วยการใช้ซ้ำและหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่และเพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด
  33. เลือกใช้วัสดุที่เป็นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถใช้ซ้ำได้หลายครั้ง และหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ได้เมื่อเลิกหรือใช้ประโยชน์ไม่ได้ต่อไป
  34. ใช้วัสดุที่ได้จากการหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่แทนการใช้วัสดุที่ได้มาจากแหล่งธรรมชาติ
  35. ใช้วัสดุที่ไม่ชำรุดเสียหายง่าย และไม่เสียค่าใช้จ่ายในการขนส่งมาก
  36. ไม่ใช้บรรจุภัณฑ์มากเกินความจำเป็น
  37. ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ผู้บริโภค สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง
  38. ระบุชนิดของวัสดุที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์ เพื่อส่งเสริมให้มีการหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่
  39. จัดทำบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามในเทศกาลสำคัญ เพื่อลดการห่อเป็นของขวัญด้วยวัสดุเพิ่มเติม
  40. จัดทำคำเชิญชวนให้ผู้ใช้เกิดจิตสำนึก และมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม

 

โครงการอุตสาหกรรมสีเขียว หรือ Green Industry

ประเทศไทยมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ตามที่ได้ให้สัตยาบันรับรองปฏิญญาโจฮันเนสเบิร์ก เมื่อปี 2545 และปฏิญญามะนิลาว่าด้วยอุตสาหกรรมสีเขียว เมื่อปี พ.ศ. 2552 กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้กำหนดยุทธ์ศาสตร์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยดำเนินการในเชิงรุก มุ่งเน้นในการส่งเสริมและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตและพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้เป็นรูปธรรม จึงได้เริ่มโครงการอุตสาหกรรมสีเขียว หรือ Green Industry ขึ้น เพื่อส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมให้มีการประกอบการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสังคมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมมีภาพลักษณ์ที่ดี น่าเชื่อถือและประชาชนไว้วางใจ และเกิดการสร้างเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมสีเขียวของประเทศมีมูลค่าสูงขึ้นด้วย