ลดผลกระทบPM2.5ด้วยตัวเราเอง

เรามาถึงจุดนี้กันได้อย่างไร ? จุดที่จะสูดลมหายใจเข้าแต่ละครั้งต้องเป็นกังวลว่ามันปลอดภัยสำหรับเราไหม ? เพราะอากาศที่เราหายใจเข้าไปนั้นมันปะปนไปด้วยฝุ่นที่มีอนุภาคเล็กๆๆๆๆๆๆๆ เล็กจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เล็กกว่าเส้นผมถึง 20 เท่าที่เรียกว่า ฝุ่น PM2.5 สายตายังสัมผัสไม่พ้นหมอกที่เต็มไปด้วยฝุ่น PM2.5 ด้วยความกังวลด้วยความหวังว่าความรุนแรงจะลดลงตามลำดับ คนที่พึ่งได้ดีที่สุดใน้เวลานี้ คือ ตัวเราเอง ฉะนั้นหันมาลดผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ด้วยตนเองกันดีกว่า

  1. ออกจากบ้านอย่างห่างหน้ากาก
    เมื่อจำเป็นต้องออกนอกบ้านควรหาหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นปิดปากและจมูกจะให้ดีเส้นใยที่ใช้ทำหน้ากากควรมีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน เช่น หน้ากากอนามัยแบบ  95
  2. สวมเสื้อผ้าให้มิดชิดเมื่อออกจากบ้าน
    เนื่องจาก PM2.5 มีขนาดเล็กมาก อาจจะซึมเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว สร้างผลกระทบต่อสุขภาพได้เช่นกัน ฉะนั้นหากออกนอกบ้านควรส่วนเสื้อผ้าให้มิดชิด ใส่เสื้อแขนยาวเพื่อป้องกันตัวเอง
  3. ใช้บริการสาธารณะเพื่อลดฝุ่น
    หากจำเป็นต้องเดินทางเลือกใช้บริการลดสาธารณะจะมีส่วนช่วยลดจำนวนรถบนท้องถนน ลดปัญหารถติด ลดฝุ่นได้เป็นอย่างดี
  4. หมั่นตรวจเช็คสภาพรถเพื่อลดควันดำ
    หากจำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวจริงๆอย่าลืมหมั่นตรวจเช็คสภาพรถตามระยะที่เหมาะสมเพื่อลดการปล่อยควันดำจากท่อไอเสีย เพราะฝุ่นผงส่วนหนึ่งเกิดจากการเผาพลาญน้ำมันเชื่้อเพลิงจากการใช้รถ
  5. ทำงานผ่านระบบออนไลน์สบายใจไม่เสียค่ารถ
    ทางเลือกที่ดีที่สุด คือ การไม่ต้องเดินทางไปทำงานแต่ไม่ได้หมายความว่าให้โดดงานนะครับ อาจจะต้องจัดวันบางวันที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางจริงๆ ใช้การทำงานผ่านระบบออนไลน์ ส่งงานทางอีเมล ใช้ระบบแชท หรือวีดีโอคอนเฟอร์เรนท์ แบบนี้ลดฝุ่นได้แน่นอน
  6. งดเผาขยะ
    การจัดการขยะบางพื้นที่ยัังพบว่ามีการเผาขยะอยู่ ยังไงช่วงนี้งดได้เป็นการดีนะครับ ถ้าจะให้ดีกว่านั้น คือ การกำจัดขยะที่ต้นเหตุโดยตั้งแต่การคิดหน้า คิดหลังก่อนซื้อสินค้าว่าจำเป็นต้องซื้อจริงๆไหม ? และเมื่อบริโภคเสร็จแล้วจะเกิดขยะสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงไหน อะไรที่งดเลิก (Avoid) เช่น โฟม,พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง งดได้ก็งดนะคร้าบ
  7. ลดความกังวลด้วยการติดตามสถานการณ์อย่างพอดี
    หลากหลายกระแสกับข้อมูลข่าวสารจริงบาง เวอร์บาง เท็จบ้างเกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 บางทีการเสพข้อมูลมากเกินไปอาจทำให้เราวิตกกังวลเกินไป จนบางคนทำอะไรไม่ถูก ฉะนั้นควรบริโภคข่าวสารให้พอดี เลือกแหล่งที่เชื่อถือได้ ใช้วิจารณญาณให้เยอะๆเพื่อเตรียมตัวในการป้องกัน
  8. ช่วยกันเพิ่มพื้นที่สีเขียว
    หากเราจะพูดกันถึงในระยะยาวเพื่อจะลดผลกระทบเรื่องฝุ่น PM2.5 และช่วยเพิ่มปริมาณอากาศดีๆไว้ให้เราหายใจ คงต้องใส่ใจหันมาช่วยกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น หากมีพื้นที่ว่างๆช่วยกันปลูกต้นไม้คนละไม้คนละมือ หรือไม่มีพื้นที่แต่ปลูกในกระถางจัดวางให้เหมาะสมรอบๆอาคารจะดีต่อลมหายใจมากเลยครับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เราสร้างขึ้นด้วยตัวของเราเอง ท้ายที่สุดแล้วมันก็ย้อนกลับมาที่ตัวเรา ฉะนั้นเราเองควรจะเริ่มแก้ไขที่ตัวเราเอง ทำวันนี้ให้ดีด้วยตัวเราเองเพื่อวันข้างหน้าเราจะยังมีอากาศดีๆให้เราและลูกหลานได้หายใจต่อไป