สงกรานต์ปีนี้อาจจะดูเงียบเหงา แต่เราก็ใกล้ชิดกันมากขึ้น ท่ามกลางวิกฤตยังมีสิ่งดีๆให้เห็น ในวันที่ 14 เมษยนนของทุกๆปีประเทศไทยถือให้เป็นวันครอบครัว และครอบครัวคือรากฐานสำคัญที่จะหล่อหลอมให้เด็กๆเติบโตเป็นคนคุณภาพ ในช่วงวิกฤตแบบนี้สมาคมฯมีแนวทางดีๆเพื่อจะปลูกฝังเด็กๆให้เติบโตไปสู่จิตสำนึกที่เห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมพาให้ตัวเองและสังคมรอดจากวิกฤตในครั้งนี้และยับยั้งวิกฤตที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป

  1. ดูข่าวหรือสังเกตุปรากฏการณ์รอบตัวแล้วย้อนกลับมาดูความคิดและพฤติกรรมของเรา เช่น การเกิดภัยพิบัติ ภาพผู้คนได้รับความเดือดร้อน การเกิดไฟป่า ภาพสัตว์ป่าที่ได้รับความเดือดร้อนจากไฟป่า สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนจะไกลตัวแต่จริงๆแล้วมันคือเรื่องที่เราต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ผู้ปกครองหรือคนในครอบครัวชวนคุยเปิดใจไปต่อ
  2. ตั้งคำถามกระตุ้นให้เด็กๆได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์นั้นๆ ผู้ปกครองพูดคุย ช่วยกันวิเคราะห์แสดงความรู้สึกต่อเหตุการณ์นั้นๆ
  3. ผู้ปกครองชักชวนพูดคุยวิธีการแก้ปัญหาในมุมมองเด็กๆ และชักชวนพูดคุยหาแนวทางแก้ปัญหา ให้ทำเรื่องง่ายๆใกล้ตัว เช่น การเลือกกินอย่างไรให้ดีต่อสิ่งแวดล้อม
  4. ผู้ปกครองหรือคนในครอบครัวชวนลงมือทำอะไรเล็กๆเพื่อสิ่งแวดล้อม เช่น การทานข้าวให้หมดจาน ดื่มน้ำให้หมดแก้ว การช่วยกันปิดไฟฟ้าเมื่อเลิกใช้ การแยกขยะ หรือการกันปลูกผักสวนครัวในกระถาง
  5. ผู้ปกครองและคนในครอบครัวคอยกระตุ้นให้เด็กๆได้ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมในฐานะสิ่งที่จะทำให้เราอยู่รอดปลอดภัยอย่างยั่งยืนได้ ปลูกฝังแนวคิดที่ว่า หากสิ่งแวดล้อมรอดเราก็จะรอดด้วย

       คนในครอบครัวต้องมีส่วนช่วยในการสร้างสภาวะแวดล้อมในบ้านและที่สำคัญ คือ ทำตัวเองเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในช่วงของวันแห่งครอบครัวปีนี้ถือเป็นนิมิตรหมายอันนี้ที่จะได้ปรับทัศนคติและประบเปลี่ยนพฤติกรรมนำพาเด็กๆให้ใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป