ผลกระทบ 10 ประการจากภาวะโลกร้อน (2)

  1. ฤดูใบไม้ผลิที่ผันแปร ฤดูใบไม้ผลิมาถึงก่อนกำหนด  ฤดูใบไม้ผลิเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำแข็งละลาย  ฤดูใบไม้ผลิเป็นคำอธิบายทั้งหมดที่จำนวนวันที่ร้อนกว่า 330C เพิ่มขึ้นไปอีก เก้งและกวางปกติจะผสมพันธุ์กันในเดือนกันยายน ตุลาคม  นี่คือเหตุผลที่ทำไมบรรพบุรุษเรา เช่น คนจีน ถึงให้กินเจ  เพราะว่าเป็นเดือนที่เก้งและกวางผสมพันธุ์กันอย่าไปฆ่ามัน  มันจะตกลูกประมาณกุมภาพันธ์  ปลายฤดูหนาวพอดี  พอยืน 4 ขาได้ก็มีนาคม ก็กินหญ้าระบัด  ตอนนั้นหญ้ามันออกในฤดูใบไม้ผลิ  แต่ปรากฏว่ามันแปรปรวนไปแล้ว  เจอหญ้าแก่  เพราะฉะนั้นอัตราการรอดตายแรกเกิดจะน้อยลง  สัตว์เหล่านี้คิดกัน 24 ชั่วโมงให้พ้นจากกระสุนปืน  คมมีด  ลูกดอก ยาเบื่อ กับดักทุกชนิดเพื่อให้ตัวเองรอดตายได้  โดยมีสัญญาอยู่ข้อเดียว  ถ้าวันนี้อยู่ที่นั่นแล้วกินตอบแทนกับเนื้ออร่อยๆ  โดยเอาเมล็ดแช่ในกระเพาะแล้วบินไป 45 กิโลเมตร  ไปเกาะสายไฟแล้วถ่ายออกมา  มันออกทุกเมล็ด  กรมป่าไม้ทะเลาะกันคนหนึ่งบอกเพาะได้อีกคนหนึ่งบอกเพาะไม่ได้  คนบอกเพาะได้เอาเมล็ดไปต้มในน้ำ 800C 1 ชั่วโมง  เพื่อให้เปื่อยยุ่ยแล้วไปคั่วทราย ไปใส่ถุงดำ 100 งอก 4 เมล็ด  คนบอกเพาะไม่ได้เอาเมล็ดใส่ถุงปุ๋ยไปสวนสัตว์ดุสิต  ใส่ในรางอาหารในเก้งและกวาง 3 วันต่อมาเก็บเมล็ดพันธุ์จากกรงเก้งและกวางที่ตกอยู่ตามดินมาเพาะ 100 เมล็ด งอก 98 เมล็ด เค้าทำอย่างนี้ให้ทุกวันโดยไม่มีอะไรตอบแทน  ไม่มีประกันสังคม  ไม่มีค่าแรงขั้นต่ำ  ทำให้ทุกวัน  วันไหนที่เค้าหิวคือวันที่เค้าปลูกต้นไม่ให้กับเรา  แต่ว่าเราทำใจไม่ได้  ในช่วงปิดเทอมเป็นช่วงที่บินยากลำบากมากต้องบินผาดโผน  บินตรงๆ ไม่ได้  เพราะข้างล่างหนังสติ๊กเยอะเหลือเกินพอถึงเปิดเทอมก็บินได้ตามปกติ แล้วถึงตรงนี้คนยังไม่เข้าใจความเชื่อมโยง  ความสัมพันธ์ที่ต้องอยู่ร่วมกันในระบบนิเวศน์
  2. การสูญพันธุ์ของพืชและสัตว์ สัตว์จะมีการอพยพย้ายถิ่นกันมากในช่วงที่เป็นผลกระทบของอากาศ  เมื่ออพยพไปที่ใหม่  ซึ่งมีสัตว์ครองถิ่นอยู่แล้ว  ก็จะเกิดการต่อสู้กัน  ทำให้จำนวนสัตว์ป่าเหล่านี้หลายชนิดลดน้อยลงไปนักวิทยาศาสตร์ยังพบว่าหมีขาวตายที่จำนวนมากกลัวจะสูญพันธ์

    ภาพจาก http://www.takepart.com/article/2015/09/16/starving-polar-bear-climate-change-arctic-sea-ice-low

  3. ปะการังฟอกขาว เจอครั้งแรกที่ปะทิว  จังหวัดชุมพร  และเจอที่หมู่เกาะอ่างทอง  สมุย  พะงัน  เกาะนางยวน เกาะเต่า  สิมิลัน  ครั้งสุดท้ายเจอที่สัตหีบด้วย  มีเหตุผล 2 อย่างคือ  น้ำทะเลที่ร้อนขึ้นกับคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศกลับไปรวมตัวกับน้ำทะเลใหม่ทำให้น้ำทะเลเป็นกรดมากขึ้น  ทั้งร้อนและเป็นกรดมากขึ้น ทำให้ Algae  หรือสาหร่ายที่อาศัยอยู่บนปะการังตายไป  ปะการังที่พึ่งสาหร่ายหาอาหารเองไม่ได้  ก็จะตายด้วยความอ่อนแอนี้  ทำให้เกิดการฟอกขาวของปะการัง  อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นเพิ่มแรงกดดันและความยากลำบากในการดำรงชีวิตของปะการัง เพิ่มโอกาสของการติดเชื้อ  (การฟอกขาวของปะการัง) พบการฟอกขาวเป็นสิบๆ ไร่เลยเวลาดำน้ำขึ้นไป  เราทราบกันดีว่าปะการังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์เล็ก  ปลากลับมาชายฝั่งเพื่อวางไข่ที่ชายฝั่งเพราะหวังว่าลูกมันจะได้กินอาหารแพลงตอน Algae ที่ติดามปะการัง  อัตราการรอดตายแรกเกิดก็จะน้อยลง  ปะการังฟอกขาวมีเยอะ  แต่มีอยู่ที่เดียวที่แปลกจากที่อื่น  คือ  สัตหีบเจอเป็นปะการังสีทอง  อยู่ระหว่างการฟอกขาวกับสีน้ำตาลเข้ม  แต่คนไม่รู้ก็ดำน้ำลงไปดูปะการังสีทองกันใหญ่  เป็นที่น่าเห็นใจว่าการศึกษาบ้านเราต้องพัฒนาอีกเยอะ

    ภาพจาก https://www.suedostschweiz.ch/vermischtes/korallenriffe-schuetzten-fische-eiszeiten

ปัญหาการขาดแคลนอาหาร  ในปีที่ผ่านมาอุณหภูมิเฉลี่ยของญี่ปุ่นสูงขึ้น 40C ในพื้นที่ปลูกข้าว ดังนั้น  การผลิตข้าวในญี่ปุ่นจึงลดลง 10% นี่คือคำอธิบายว่าทำไมปีที่แล้วข้าวไทยขายดี  เพราะผลผลิตข้าวทั่วโลกลดลงไปและต่อไปนี้ผลผลิตอื่นๆ อย่างข้าวโพดการติดเกสรก็จะน้อยลงเพราะว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้น  ข้าวที่ญี่ปุ่นมีรวงข้าวก็จริงอยู่แต่พอแกะออกมากลับมีแต่เปลือก  เนื้อข้างในไม่มี  สถานการณ์ที่แย่กว่า global warming คือ food shortage กำลังมาแรงในขณะนี้และสถานการณ์ในปีที่ผ่านมาบางแห่งได้ประกาศเป็น food shortage จึงมีการเตือนให้ตื่นตัวถึงในอนาคตที่จะขาดแคลนน้ำและอาหาร  ที่อยู่อาศัยในภาวะโลกร้อน  การอพยพคนจากข้องนอกเข้ามาที่เราเรียกว่า environmental refugee ผู้อพยพทางสิ่งแวดล้อมจะเพิ่มมากขึ้น  ซึ่งปัจจุบันก็เต็มไปหมด  ชาวพม่า  ชาวกัมพูชา  ชาวลาวเต็มไปหมด  เพราะว่าอยู่ประเทศเค้าทำมาหากินลำบาก ร้อน แล้งจัด ตรงนี้จะเป็นมาตรการที่น่าหนักใจมาก ทั้งตำรวจและกองทัพที่ดี

  1. การเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน เช่น ฝนตกด้วยความเร็ว 20 กม./ชม. ในประเทศไทย เช่น ที่อำเภอปาย  ฝนตก 200 มิลลิเมตร มา 3 วัน ของในบ้านเรือนร้านค้า ตู้เย็น ตู้แช่ ลอยออกมาหมด  น้ำแรงมาก  เสาไฟฟ้ายังหัก  น้ำไหลแรง 4 ชั่วโมง คนหายไป 6 คน  รถสิบล้อยังไหลไปกับน้ำ  เรื่องนี้ไม่ได้ไกลตัว  อีกที่คือ ลับแล  ซึ่งรุนแรงกว่านี้น้ำมาประมาณตี 2 ชาวบ้านบอกว่าเห็นบ้านหมุนได้ หลังจากนั้นได้ยินเสียงโครมเดียว  ไฟดับไปแล้วไม่รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น  ลูกและสามีที่นอนอยู่ห้องเดียวกันก็หายไปหมด  ตัวเค้ารอดตายอยู่คนเดียวเป็นสุภาพสตรี อายุ 43 ปี จะเห็นว่ามันเข้าใกล้เราขนาดนี้แล้ว  มีผลกระทบต่อเราโดยตรง เวลาฝนตกให้ยืนอยู่ในชายคาบ้านถ้าอยู่นอกบ้านให้อยู่ในที่มีกำบัง  ป้ายโฆษณามีแนวโน้มจะหลุดร่วมลงมาได้ง่ายทีเดียว  โดนศีรษะ  โดนร่างกายเราได้ ฉะนั้นให้ปลอดภัยสุดคืออยู่ข้างใน  มีภาพคนขับรถสามล้อและผู้โดยสารต้องช่วยกันจับรถเพราะลมหอบขึ้นไป  ภาพที่นิวออร์ลีน  น้ำท่วมเข้ามา  ในอังกฤษปี 2007 น้ำท่วมใหญ่จากเดิมไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน  อังกฤษถึงได้ alert มากที่สุดในบรรดาประเทศต่างๆ ทั่วโลก  ในเรื่องของภาวะโลกร้อน  เรื่องของป่าไม้และการเกษตรมีความเสียหายเยอะทีเดียว  ต่อไปเป็นความขัดแข้งที่รุนแรงตามมา

“ป่าไม้และผลผลิตทางการเกษตรจะมีความเปราะบางต่อการแพร่ระบาดของเชื้อที่ทำให้เกิดโรค  โดยเฉพาะภายหลังภาวะแห้งแล้งและน้ำท่วมที่ยาวนาน  ภาวะอุณหภูมิสูงขึ้นที่กระจายตัวไม่สม่ำเสมอในเวลากลางคืนของฤดูหนาว  จะเปิดโอกาสให้แมลงและเชื้อที่ทำให้เกิดโรคเข้าทำลายพืชพรรณในพื้นที่ป่า  ที่แลททิจูดที่สูงขึ้นและที่ระดับความสูงจากพื้นดินมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันไม่พบการแพร่ระบาดดังกล่าว”  จาก Carterling etal, 1997

  1. ความแห้งแล้งและไฟป่า ความชื้น 15 ซม. ที่ผิวดินมันหายไป ฉะนั้นเศษใบไม้ที่อยู่บนผิวดินเมื่อโดนประกายไฟนิดเดียวก็ไป  ในฤดูร้อนยิ่งทำให้ไฟลุกลามได้เร็วมาก  เกิดหมอกควันเยอะมาก  ภัยแล้งที่เกิดขึ้นทำให้ผลผลิตการเกษตรเสียหาย  ภายถ่ายเมื่อ 14 มีนาคม 2550  ยืนอยู่ที่เชียงราย  มองจากโรงงานดุสิตไอซ์แลนด์รีสอร์ทลงไปมีแต่หมอกควันทั้งนั้น

เข้าไปที่ NASA ทาง computer ทำให้ไฟที่เกิดขึ้นวันนั้นเป็นไฟนอกเขตแดนไทย  ดังนั้นการที่ราชการไทยเอาเครื่องบินขนน้ำไปดัง สเปรย์ไปพ่น  ก็ไม่ได้ผลเพราะมันเป็นควัน  เกิดขึ้นที่ฝั่งไทยใหญ่  ฝั่งพม่าทั้งหมด  แม่ฮ่องสอนมีบ้างนิดหน่อยแล้วก็ลาว  ฝั่งไทยมีไฟไหม้ในวันที่เกิดเหตุน้อยจริงๆ  วันนั้น visibility แค่ 300 เมตร  เครื่องบินยกเลิกเที่ยวบินเยอะมาก  และในแต่ละเที่ยวบิน  ดอลล่าร์ทั้งนั้นที่กะจะมาลงให้ที่เชียงราย  คนที่ลงทุนไปตอนเช้าจ่ายค่าแรงลูกจ้างไปแล้วเป็นดอลล่าร์ก็ขาดทุนไปหลายวันเหมือนกัน  ไทยให้ลดการทำหมูปิ้ง ไก่ย่าง เพื่อลดหมอกควัน  ซึ่งไม่เกี่ยวกันเลย  จากภาวะภัยแล้ว  เขื่อนเก็บน้ำกลายเป็นเขื่อนเก็บลม มี 1,500 แห่งในเมืองไทย  ไฟป่าที่เกิดขึ้นเปลวเพลิงที่สูงขึ้นไป 10-50 เมตร ปะทุเอาเปลวเพลิงไปด้วย  อย่างที่ทราบกันดีว่าค้างคาวแม่ไก่อพยพหนีไฟป่าจากสุมาตรามาที่มาเลเซีย  ตัวที่มาก็เอาไวรัสมาด้วย เช่น นิปาร์ไวรัส  จากมาเลเซียแล้วก็เข้ามาอยู่ในเมืองไทย  ไปที่บังคลาเทศก่อนแล้วก็มาที่เมืองไทย  เจอแล้วหลายจังหวัดรอบๆ กรุงเทพฯ นอกจากนี้โรคในระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงภาวะอากาศ  การแพ้อากาศก็จะเกิดขึ้นมาก (ภาพคลื่นความร้อน) ภาพนี้เป็นภาพที่ไปลวงตาชาวโลกไม่ได้  พอเข้า web ของ NASA ต้องเข้าตอนตี 2-3  เพราะเป็นช่วงที่เค้าแถลงข่าวและให้ข่าวฟรี  พอ 7 โมงเช้าตื่นขึ้นมาเค้าจะเก็บเงินข่าวละ 125 เหรียญ  เพราะฉะนั้นภาพที่ออกมานี้ 125 เหรียญ  จากภาพบริเวณสีม่วง ชมพู นี่คือปริมาณก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์  อยู่เหนือน่านฟ้าของเลย ขอนแก่น ชัยภูมิ  ช่วงนั้นมีไฟป่ามากในมกราคม  นอกจากนี้ยุงก้นปล่องจะแพร่ระบาดโรคได้อย่างต่อเนื่อง ที่อุณหภูมิสูงกว่า 23.3 องศาเซลเซียส  ยุงลายที่เป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกและไข้เหลืองจะแพร่เชื้อไวรัสได้ที่อุณหภูมิสูงกว่า 18 องศาเซลเซียส  เมื่อ 2 วันมานี้ผลได้ไปแม่ฮ่องสอนขอให้ชาวบ้านเลิกเผาป่า  ก็มีการโต้แย้งกันมากทั้ง ส.ว.  ส.ส.คนในพื้นที่บอกวิถีชีวิตเขา  ผมก็เลยบอกว่าถ้าวิถีชีวิตของคนที่มีประวัติการปล้น ฆ่า  ข่มขืน  มาโดยตลอด  แล้วเรามาขอให้เขาหยุด  เราจะอ้างว่าเป็นวิถีชีวิตไหม  ต้องหาคนให้เขาข่มขืนต่อไหม  ในเมื่อมันไม่ถูกต้อง  จะบอกว่าเป็นวิถีชีวิตได้ยังไง มันไม่ใช่ พื้นที่เสียหายทางการเกษตรจากการกัดเซาะพังทลายของดินมีเยอะมากเป็นเพราะทำการเกษตรโดยไม่ระมัดระวังต่อไป environmental refugees จะมีเยอะมาก  ที่แม่ฮ่องสอนมีแคมป์หนึ่ง 40,000 คน  แล้วก็กระจายอยู่หลายจังหวัด 30,000 บ้าง  50,000 บ้าง อยู่ในภาวะที่แออัดมาก  ไม่ต้องกลัวโรคจากสัตว์สู่คนหรอกครับ  ในเมืองไทยป้องกันยังไงก็แล้วแต่ไม่ได้ผลเพราะพวกนี้เขารับเชื้อโรคจากสัตว์สู่คนมาจากฝั่งนู้นแล้ว  คนพม่าที่มาตายเพราะ rabies  ในเมืองไทยมีเยอะมากที่สมุทรสาครใน 2-3 ปีที่ผ่านมา  สมุทรสาคร  สมุทรสงครามที่มีการใช้แรงงานเยอะๆ ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นโรคเท้าช้าง  โรคอะไรต่างๆ TB ก็กลับมากับพวกนี้เยอะมาก  ถึงแม้เมืองไทยจะวางมาตรการป้องกันยังไงเราจะมองข้ามคนพวกนี้ที่เป็น transporter  ในการเอาเชื้อเหล่านี้ข้ามพรมแดนมาพวกนี้มีเยอะมาก

เกิดภาวะการขาดแคลนอาหารขึ้นแม้แต่ในประเทศที่ร่ำรวยและพัฒนา  ภาพนี้คือในแคลิฟอร์เนีย  มีการแบ่งปันอาหารกันในรอบปี 2007  ที่ผ่านมา  แต่ไม่เป็นข่าวเท่าไหร่เป็นอยู่แค่ 2 วันเอง  จะมีการแบ่งโควตาไม่ให้ได้อาหารมากกว่าจำนวนชิ้นที่กำหนด  การขาดแคลนน้ำก็เป็นประเด็นที่สำคัญ  สหประชาชาติได้บอกว่า กว่า 2 พันล้านคนทั่วโลกจะมีภาวะที่มีแรงกดดันเรื่องการขาดแคลนน้ำเพิ่มมากขึ้น  เราก็ทราบดีว่าในแง่ของการเตรียมรับและการปรับตัว  อย่างที่เรียนให้ทราบว่าที่แม่ปรายที่มันถล่มลงมาอย่างนั้นให้ไปตั้งอยู่บนยอดเขาว่าถ้าฝนตกเอากระบอกขึ้นไปตั้งไว้ข้างบนมีระบบอัตโนมัติวัดฝนตกใน 10 ชั่วโมง เกิน 100 มม.  จะส่งสัญญาณเข้าโทรศัพท์มือถือของผม  แล้วก็เข้ามือถือจังหวัดนั้น  ตอนนี้ก็เกิดแล้วมีสัญญาณไฟสีเหลือง  สีแดง  ถ้าไฟสีเขียวยังไม่ต้องอพยพ  ถ้าไฟสีเหลืองทุกคนต้องตื่นแล้ว  เตรียมพร้อมแล้ว  สีแดงขึ้น  ไซเรนดังออกมา  ทุกคนต้องออกจากพื้นที่โดยตรง  ปีที่แล้วไซเรน 2 หมู่บ้าน  มีไปตั้งไว้ทั้งหมด 60 แห่งด้วยกัน นี่คือ warning system ผมถามว่าระบบดังกล่าวนี้จะใช้กับทางสาธารณสุขได้ไหม  early warning เราจะได้จัดอบรมเมื่อโรคมันเกิดขึ้นและการวินิจฉัยหรือว่าจะทำ early warning system ขึ้นมา  เพื่อให้รู้ว่ามีสิ่งบอกเหตุที่มีสิ่งผิดปกติอะไรเกิดขึ้นนั้น  ถ้าเรารอให้นั่งอยู่ที่ กทม. จะไม่ทันตอนนั้นอัตราการสูญเสียจะมากแล้ว  ก็อยากจะฝากไว้ว่า  early warning system  จะออกมาในรูปแบบใด  ยังเคยเปรียบเทียบว่าระบบสาธารณสุขของเราล้าสมัยมากเมื่อเทียบกับมูลนิธิร่วมกตัญญู  เค้าไปรอสี่แยกเลย  ของเรารอที่โรงพยาบาล  ต่างกันเพราะเค้ารอที่พื้นที่เกิดเหตุเลย  เราต้องปรับปรุงใหม่ให้ระบบ alertness  ของเราได้ตั้งอยู่ในที่ตั้งมั่นต้องมีแผนเชิงรุกออกมา

ภาพนี้เป็นการยกตัวอย่างให้ฟังว่าสร้างกำแพงล้อมเมืองจะเป็นยังไง  ญี่ปุ่นสร้างกำแพง 1.20 เมตร  สูง 4 เมตร  รอบเมืองเลยในเมืองบางแห่งปรากฏว่าเอาไม่อยู่  น้ำทะเลเข้าไปพังเมืองหมดเลย  มีคนไทยทำเขื่อนขนาดใหญ่ 3 หมื่นล้านบาท  คงไม่รอดน้ำที่ไม่ได้มาแค่ 10 หรือ 15 เมตร แต่มาหลายสิบเมตร  (รูปภาพ)  ภาพจาก  NASA  หลายคนอยากเห็นว่ายังไง เมื่อ 20,000 ปีที่แล้ว  น้ำทะเลอยู่ลึกลงไป 100 เมตร  แนวสีดำคือแนวชายฝั่งทะเลปัจจุบัน  ถ้าน้ำแข้งก้อนเดียว 1 ใน 3 ก้อนละลาย  ถ้ามาดูฝั่งฟลอริด้า เมื่อ 20,000 ปีที่แล้ว  ปลายแหลมฟลอริด้าใหญ่กว่านี้  น้ำทะเลอยู่ลึกลงไปอีก 100 เมตร  ถ้าน้ำแข้งก้อนเดียวละลาย 5 เมตร  ฟลอริด้าเหลือครึ่งเดียว  แต่ถ้าก้อนใหญ่ฝั่งตะวันตกและตะวันออกละลายหมดไป  ฟลอริด้าหายหมดเลย  อเมริกาก็ไม่มีข้อยกเว้น  ได้รับผลกระทบนี้ด้วย

มาดูฝั่งอังกฤษ น้ำทะเลอยู่ลึกลงไป 100 เมตร  ไม่มีช่องแคบในอังกฤษครับ  สีดำคือแนวชายฝั่งทะเลปัจจุบัน  ถ้าน้ำแข็งก้อนเดียวละลายก้อนแรก  อังกฤษเหลือแค่นี้  ปารีสไปแล้ว  ก้อนที่ 2 ละลายหมดแล้ว (รูปภาพ)  เหลือแค่ที่สูงบนภูเขาไม่เหมาะในการเกษตร  คนต้องปีนขึ้นไปอยู่บนนั้น  นึกถึงความโกลาหลแย่งน้ำแย่งอาหารกันจะเป็นยังไง

 นี่เป็นประเทศไทย 20,000 ปีที่แล้ว  เราไม่มีอ่าวไทย  ถ้าน้ำแข็งก้อนกรีนแลนด์หายไป  เรามีชายทะเลใหม่อยู่สิงห์บุรี 5-6 เมตราขึ้นไป  แต่ถ้าน้ำแข็งก้อนใหญ่กว่านั้นละลายที่อุณหภูมิสูงขึ้น  ภาคกลางไม่เหลือเลย  ภาคตะวันออกก็จะมีเขาเขียว  เขาชามา  เขาสอยดาว  และเขามักเป็นที่สูงทั้งสิ้น  ภาคตะวันออกก็เกือบหมด  ภาคตะวันออเฉียงเหนือก็เหลือยู่ข้างบน  ใครที่มีเพื่อนเป็นชาวอีสานก็ญาติดีกันไว้  เผื่อวันข้างหน้าต้องไปอาศัยเขาอยู่  ภาคกลางน้ำจะขึ้นเลยพิจิตร เลยสุโขทัย  จะอยู่แถวๆ ลำปาง  น้ำทะเลที่ขึ้นมา 60-70 เมตร  จะถึงลำปางได้

ช่องโหว่โอโซน  CFC ที่ปล่อยขึ้นไปแล้วชั้นบรรยากาศ 45 กิโลเมตร  จะเจอ UVC  UVC ก็จะทำลาย CFC ทันทีปล่อยคลอรีนออกมา  คลอรีน 1 ตัวจะทำลายโอโซน 2 แสนตัว  ช่องโหว่สีน้ำเงินคือช่องโหว่ที่ไม่มีโอโซนเลย  โอโซนที่อยู่ข้างบนจะป้องกัน UV ไม่ให้มาโดนปลายจมูก  โดนแก้มเราที่เป็นรอยดำๆ เนี่ย  เพราะฉะนั้นถ้า UV มามากขึ้นโอโซนหายไปเราก็ต้องแตะแต้มมากขึ้น  ขอเรียนให้ทราบว่าแว่นตากันแดดต้องใส่แล้ว  เพราะว่าท่านอยากจะไปนอนให้หมอลอกตา  โดยที่หมอเค้าคุยอะไรกันตลอดเวลาอย่างเลยนะครับเราคนไทยไม่นิยมใส่แว่นตาดำ  ปริมาณ UV ที่เข้มข้นในปัจจุบันนี้เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดต้อหลายชนิดด้วยกันแต่ว่าต้อที่เป็นกันมากที่สุด คือ ต้อกระจก  กันยายน 2550 ที่ผ่านมา  ช่องโหว่โอโซนนี้ใหญ่เป็น 8 เท่า ของอเมริกาแล้ว  ทำให้เราเดือดร้อนได้ไว  ที่ขั้วโลกใต้เดือดร้อนไหม เดือดร้อนสิครับ  เพราะโอโซนที่อยู่น่านฟ้าไทยก็โดนดึงไปด้วย  พอถึงตุลาม  พฤศจิกายนก็โดยถึงไปปิดรูโหว่ตรงนั้น น่านฟ้าไทยก็จะมีโอโซนเหลือนิดเดียว

ทีนี้ปัญหาก็ทราบแล้ว solutions ก็ชัดเจนแล้วเหลืออยู่อย่างเดียวครับ คือ ลงมือปฏิบัติ ผมเสียดายน่าจะมี workshop ต่อตอนบ่าย มานั่งทำแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันโรคทำแผนปฏิบัติการหรือการเตรียมรับและปรับตัวต่อภาวะโลกร้อนจากโรค zoonosis โรคที่ติดต่อจากภาวะโลกร้อนมีอะไรบ้าง ก็ไม่เป็นไร  เราประชุมสไตล์นี้ก็เอาแบบนี้ไปก่อน  ขออนุญาตจบตรงนี้ก่อนเดี๋ยวมีคำถามติดต่อช่วงท้าย  ขอบคุณครับ ันมากทั้ง ส.ว. ส.ส.้ที่อุณหภูมิสูงกว่า 18 องศาเซลเซียส  เมื่อ 2 วันมาษาบ้านเราต้องพัฒนาอีกเยอะ

—————————————————————-

ถอดจากการบรรยายของ ดร.ธนวันต์ (จิรพล) สินธุนาวา 
นายกสมาคมพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม